ไดอารี่(หน้า)สีชมพู
วันนี้เกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมา หยิบไดอารี่มาอ่าน
เป็นไดอารี่สมัยมัธยมปลาย ในไดอารี่ทั้งเล่มนั้น
ในแต่ละหน้ากระดาษจะมีสีขาว ตัวหนังสือสีน้ำเงิน
บางครั้งสีฟ้า บางครั้งสีดำ
แต่มีอยู่หน้าหนึ่งสะดุดตามากกว่าหน้าใดๆ
มันแปะด้วย post-it สีชมพูสะท้อนแสง
ถึงแสงมันไม่ได้สะท้อนออกมาอย่างชื่อเรียกมัน
แต่มันก็สะดุดตาฉันจนฉันต้องหยุดอ่านอย่างทันที
ความรู้สึกที่เคยอยู่ในสุด กลับถูกคลี่ออกมาอย่างชัดเจน
เรื่องราวสีชมพู เด็กผู้ชายตาหยี วันอังคาร
ขนม ห้อง225 “เจ้า”และ”ข้า”
จงแต่งประโยคจากคำที่กำหนดให้
ถ้าให้ถูกก็คงจะต้องเขียนว่า “จงเล่าเรื่องราวจากคำที่คุ้นเคย”
เรื่องมีอยู่ว่า “กาลครั้งหนึ่ง เด็กผู้หญิงน่ารักน่าชัง
แถมเธอยังแก่แดดเล็กน้อย (ท่านทั้งหลายจะรู้ว่าเธอแก่แดด
อย่างไรจากการกระทำดังจะเล่าต่อไปนี้)
เธอเรียนอยู่ม.6 สายศิลป์-ฝรั่งเศส ห้อง 223
ซึ่งอยู่ไม่ไกลเลยจากห้อง 225 ห้องที่มีเด็กผู้ชายตาหยี
หน้ายิ้มตลอดเวลา เวลาทุกคนมองเค้า เหมือนความทุกข์ทั้งหมด
บนโลกนี้หายไปในพริบตา
ทำไมหน้ามันมีความสุขได้ขนาดนั้นนะ
ฉันนึกในใจ ขณะเดินสวนกันตรงทางเดินระเบียง
…เป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง เป็นเหตุการณ์ธรรมดาๆเหตุการณ์หนึ่ง
เป็นคนธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น และแล้วก็ผ่านไป
“เอ่อ เธอ เธอ เพื่อนเราอยากรู้จักเธออะ”
ระเบียงหน้าห้อง223 เด็กผู้ชายใส่แว่น ผิวคล้ำคนหนึ่งเรียกฉัน
เริ่มเขินดิ อยากรู้จัก มันไม่ได้แปลว่าอยากรู้จักเท่านั้นซักหน่อย
หน้ากูเขินแน่นอน เอาวะ หันก็หัน “อืม” ยิ้มเขินๆ
และแล้วเราสองคน ก็รู้จักกันจนได้สิน่า
ระหว่างนั้น
เรายิ้มกัน เราคุยกัน เราทักกัน เราเขินกัน
เราจะคุยกันเรื่องที่ชอบ ไม่ชอบ แหม!ก็คุยกันแรกๆนี่ แทบจะจดทุกอย่าง
ลงในสมุดอย่างกับทำวิจัยเลยทีเดียว
“เธอชอบสีชมพูหรอ แปลกดี ไม่ค่อยมีผู้ชายชอบสีชมพู”
“แต่น่ารักดีนะ” ฉันพูดแบบให้ดูธรรมดาที่สุดในคำว่า…แต่ก็น่ารักดีนะ
เขายิ้ม (อย่ายิ้มได้มั้ย เดี๋ยวฉันก็มีความสุขตายหรอก)
และแล้วทุกวันอังคาร ตอนพักกลางวัน
ฉันจะสรรหาขนมไปให้เด็กผู้ชายตาหยี
โดยขนมนั้นต้องมีสีชมพูอยู่ด้วย ไม่ที่ตัวขนม ก็ต้องแพ็คเกจ หรือฟอนต์
ขอให้มีสีชมพูเถอะ แถมแปะด้วย post-it สีชมพู
เขียนข้อความบางอย่างที่คิดมาแล้วอย่างตั้งใจ และกลั่นกรอง
มาหลายครั้งว่าดีที่สุดและต้องคอยหาวิธีให้อย่าง surprise
ทุกทีไป อย่างแอบไปใส่ในเก๊ะ โต๊ะเรียนเค้าบ้าง ฝากเพื่อนไปให้
แอบไว้ในสมุดบนโต๊ะ สอดไว้ในกระเป๋า แล้วแต่วิธีที่จะสรรหาได้
(นึกไม่ออกเลยว่าทำไปได้ไงตอนนั้น เพราะว่าต้องเดินไปห้อง225
แล้วเราหลบคนอื่นได้ไงไม่ให้เห็นน่ะ นั่นมันห้องวิทย์-วิดวะนะ
ผู้ชายเต็มห้องขนาดนั้น ลืมไปแล้ว)
ทุกสัปดาห์ ฉันจะรอให้ถึงวันอังคาร รอทุกวัน ตั้งแต่วันพุธ
ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เราเริ่มเปลี่ยนสรรพนามการเรียกกันจากที่เพื่อนเรียกกันธรรมดาๆ
เป็นคำแปลกๆอย่าง “เจ้า” กับ “ข้า”
ที่เล่ามานี่มันใครชอบใครกันแน่เนี่ย เริ่มงง!
เล่าถึงฝ่ายเด็กผู้ชายตาหยีบ้าง ฉ ันไม่ได้ฟูมฟายคนเดียวนะ
“จริงๆวันนี้ยังไม่คุยกันเลย วันนี้ไปเรียนวาดรูปใช่หรือเปล่า
รีบกลับด้วย เดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วง รวมทั้งเราด้วย”/ทีม 6:20PM 23/05/00
“เรายังนอนไม่หลับ ก็เลยเพจมาหา รบกวนรึป่าววววว อืมมมมมมม
ก็เราคิดถึงนี่นา ทีม ทีม ทีม ทีม ทีมทีมทีม”/siampage
10:46 PM 29/05/00
เรื่องราวก็ดำเนินมาเรื่อยๆ
และแล้ว…
เมื่อถึงวันๆหนึ่ง เด็กผู้เชายตาหยีคนนั้น ก็ต้องการคำตอบของคำถามคำถามหนึ่ง
ที่เค้าได้ถามมานานแล้ว
เค้ายิ้มตาหยีเหมือนเคย
การเผชิญหน้าเกิดขึ้น ความคาดหวังเกิดขึ้น
….
วินาทีที่เค้าตั้งใจฟังฉันมากกว่าครั้งใด
“เราว่า…เป็นเพื่อนกันไปก่อนดีมั้ย “
โลกที่มีแต่รอยยิ้มที่สดใสนั้น ได้ดับสลายไปทันที ที่ประโยคนี้จบลง
ฉันไม่เคยเห็นหน้าที่เศร้าของเค้ามาก่อนเลย
“ขอโทษนะ”
ฉันเดินหันหลังไปโดยที่ไม่กล้าหันกลับมาอีก
กระดาษเพลง “เจ้าสาวที่กลัวฝน” มาอยู่บนโต๊ะเรียนในวันรุ่งขึ้น
เรื่องราวจบที่ไม่มีสีชมพู ไม่มีเด็กผู้ชายตาหยี มีวันอังคาร
แต่ไม่มีขนม มีห้อง225 แต่ไม่มี “เจ้า”และ”ข้า”…
แต่ความพิเศษไม่ได้หายไป
เด็กผู้ชายตาหยี เป็นคนพิเศษในความทรงจำของฉัน
เรื่องราวสีชมพู วันอังคารสีชมพู ขนมชมพู ห้อง225 เจ้าและข้า ยังคงเป็นสิ่งพิเศษเหมือนเดิม
ในความทรงจำ สิ่ ง ที่ พิ เ ศ ษ แล้ว ไม่อาจจะเป็น สิ่ ง ธ ร ร ม ด า ไปได้