“ If other people can make you happy…
then they can also make you unhappy. ”
Will,about a boy.
ในเรื่องอะเบ้าท์อะบอย ( About a boy ) ชายวัยหนุ่ม “ วิล ” ( Will )
นำแสดงโดยฮิวแกรนท์ ( Hugrant ) พูดประโยคนี้กับเด็กที่เป็นตัวเอกของเรื่อง
ซึ่งเด็กน้อยพยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้แม่ที่ป่วย ( ทางจิตใจ ) ของเขามีความสุข
ชีวิตเป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง
ความสุขก็เช่นกัน
ถ้าเราทำตัวเหมือนในเรื่องพ่อแม่รังแกฉัน เราก็คงเป็นเด็กตลอดกาล
บ่อยครั้งเราโทษพ่อแม่ เราโทษเพื่อนบ้าน เราโทษครู
เราโทษสถาบัน เราโทษดินฟ้าอากาศ
การทำแบบนั้น เราเอาตัวเราไปขึ้นอยู่กับคนอื่น สิ่งอื่น
เหมือนเราพูดว่า “ ฉันจะมีความสุขไม่ได้ ถ้าวันนี้ฝนตก “
คนที่มีความสุข เขาไม่โทษดินฟ้าอากาศ
เขาไม่สนใจด้วย
ซ้ำว่าฝนจะตก แดดจะออก น้ำจะท่วม
ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น คนพวกนั้นก็มีความสุขได้
บางทีเราก็เป็นแบบนั้น แบบเด็กในเรื่องพ่อแม่รังแกฉัน
เรายกความสุขของเราเองให้กับคนอื่น สิ่งอื่น
เราทำแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา
ถึงจะรู้แบบนั้นก็ตาม แต่บางทีเราก็หลงลืม โทษสิ่งอื่น และก็ให้อำนาจสิ่งนั้น
มาทำให้เราสุข หรือทุกข์
อย่างสองวันมานี้ เราป่วย เรามึนหัว เราไข้ขึ้น เราเจ็บคอมากเลย
เวลากลืนน้ำลาย ความเจ็บจะสะเทือนถึงหู
เราเริ่มโทษโรคภัย โทษว่าทำให้เราอยู่ไม่เป็นสุข
แต่พอเราตั้งสติดีๆ เรากลับมองเห็นสิ่งที่ดีมากๆในการที่เราป่วย เป็นเวลาสองวัน
( พรุ่งเราจะหายแน่นอน บ๊ายบายโรคหวัด คิดภาพไว้แล้ว หมดเวลาของพวกแกแล้ว 55555)
คือ เราเข้าใจคนที่ป่วย ว่าเขารู้สึกยังไง เราเข้าใจจริงๆ เพราะเราป่วยเอง
เราจะเข้าใจมากขึ้น เวลาพ่อ แม่ หรือเพื่อนเราป่วย ว่าเราจะคอยช่วยเหลือ
เวลาเขาป่วย และคอยเข้าใจ เวลาเขาหงุดหงิด
และเราก็ได้ใช้เวลาอ่านหนังสือมากขึ้น ดู DVD สองสามเรื่อง
หัดเซ็นต์ลายเซ็นใหม่ด้วยนะ จิบชาร้อนๆ ทำตัวขี้เกียจๆ
เพราะเวลาส่วนใหญ่อยู่บนเตียง
เวลาทั้งสองวันมานี่ เราก็มีความสุข สุขมากเสียด้วย
เราไม่ยอมยกความสุขของเราให้กับเจ้าโรคหวัดแน่นอน
เราไม่ให้อำนาจมันมาจัดการกับความสุขของเรา ( ร่างกายก็พอแล้ว )
จะมีประโยชน์อะไรกันเล่า ถ้าป่วยกายอยู่แล้ว แล้วต้องซ้ำเติมตัวเองให้ต้องป่วยใจอีก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
…
เราต้องตัดสินใจก่อนว่าเราจะมอบความสุขของเราให้ขึ้นอยู่กับเรา หรือคนอื่น สิ่งอื่น
ถ้าคำตอบเป็นอันแรก
งั้นเราก็เริ่มมีความสุขแล้วล่ะ…^_^
.
มกราคม 11, 2009 ที่ 7:41 pm
มีใครบางคนบอกเอาไว้ว่า “ความสุขเป็นโรคติดต่อ”
อันนี้เห็นด้วยนะ
เพราะเวลาเรามีความสุข สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ
เราจะมองสิ่งรอบตัวสวยงามไปหมด
จนอยากเผื่อแผ่ความสุขของเราให้กับคนใกล้ตัวและคนใกล้ใจ ^^
โรคติดต่อชนิดอื่นคนคงไม่อยากเป็น แม้กระทั่งโรคหวัดเองก็เถอะ
ในมุมมองของชิงที่มีต่อโรคหวัดในเอ็นทรี่นี้น่ารักดีล่ะ
เดี๋ยวจะเอาไว้บอกตัวเองบ้าง ในวันที่ตัวพี่เองไม่สบาย (ทั้งร่างกาย รวมถึงจิตใจ)
บางครั้ง การได้อ่านเรื่องราวดีดี มันก็ทำให้เรามีความสุขแล้วล่ะ ว่ามั้ย ^^
มกราคม 11, 2009 ที่ 9:11 pm
หายป่วยไวๆ
แล้วกลับมามีความสุขที่สุดในทวีปเอเชียค่า
มกราคม 11, 2009 ที่ 10:55 pm
ความสุขของกานก็ชอบไปเป็นของ…อื่นเหมือนกัน
ชอบไปเป็นของคนอื่น สิ่งอื่น อยู่เรื่อย
แต่ต่อไปนี้จะไม่ยอกให้ความสุขของกานไปอยู่กับ…อื่นอีกแล้ว
จะได้มีความสุขทุกวันเลย…^_____^
มกราคม 11, 2009 ที่ 11:02 pm
แนะนำให้ เอาผ้าเช็ดตัว เช็ดตัวบ่อยๆ (ถ้ามีไข้)
เพื่อไล่หวัดไปไกลๆ
และ พกยาพวก วิกวาโปรัป ไว้ใกล้ๆ ก็ช่วยได้เย้ออออออ
^^
เวลาที่ไม่สบายมากๆ มักจะคิดถึงแม่ คิดถึงบ้าน เนอะ
หายไวๆ นะคะชิงชิง
มกราคม 12, 2009 ที่ 10:47 am
get well soon naa
มกราคม 12, 2009 ที่ 1:09 pm
เคยขึ้นหัวข้อmsn เมื่อไม่นานนี้ว่า
“ทำให้เราหัวเราะได้ ก็ทำให้เราร้องให้ได้เช่นกัน” (แอบมาอ่านใจบีมเมื่อไหร่เนี่ย ฮ่าฮ่า)
ความสุขมันอยู่ไม่ไกล อยู่ที่ใจเรานี่เอง แค่เราเลือกที่จะมีความสุข
ใครก็ทำอะไรเราไม่ได้เนอะๆ
พี่ชิงมีกำลังใจดีแบบนี้หายเร็วแน่นอนเลย
ตอนป่วยนี่แหละจะรู้ว่าใครรักเรา และเรารักใคร
สู้ๆ และหายไวไวน้า
มกราคม 12, 2009 ที่ 9:59 pm
อ่านแล้วมีสุข
)
หายป่วยไวๆนะคะ
มกราคม 13, 2009 ที่ 10:25 pm
มีความสุขด้วย
หายป่วยไวไวนะก๊าบบบ ^^
มกราคม 13, 2009 ที่ 10:43 pm
หายป่วยรึยังจ๊ะ น้องสาว
ใกล้กลับรึยังน้อ
ถ้าไงก็ขอให้เดินทางปลอดภัยนะ
หวังว่าจะได้เจอกัน เร็วๆนี้
^^
มกราคม 14, 2009 ที่ 8:21 am
ความสุข ขึ้นอยู่กับตัวเราจริง ๆ
มกราคม 15, 2009 ที่ 2:07 pm
ขอบคุณค่ะ
หายป่วยแล้ววววล่ะ
กำลังใจดีจากบล็อกนี่ แรงจริงๆๆๆ
..
มีความสุขจัง หายละ
>_<
กำลังกินข้าวเช้าอยู่ เด๋วต้องออกจากบ้านล่ะ
ไปก่อนเน้อ
กุมภาพันธ์ 8, 2009 ที่ 10:55 am
เขาว่า (ใครไม่รู้?) ความสุขมีสองชนิดคือ สุขแท้และสุขเทียม
บางคนไม่รู้ว่าสุขแท้เป็นยังไง รู้จักแต่สุขเทียม
บางคนสุขเทียมเป็นยังไงก็ไม่รู้ (คือไม่รู้ทั้งนั้น ไม่รู้อะไรเป็นอะไร)
แต่เขาว่าลักษณะของสุขแท้สุขเทียมที่ต่างกันคือ สุขเทียมจะสุขแบบวูบวาบ สุขติดๆดับๆ
ส่วนสุขแท้นี่น่าสนใจมาก เขาว่า เป็นความสุขแบบที่ไม่ต้องพึ่งปัจจัยภายนอก คือสุขที่ใจนั่นเอง และสุขชนิดนี้จะนิ่ง จะอยู่นาน (นึกถึงคำว่า สงบ)
แต่ในทางพุทธ อันนี้ก็เขาบอกมาอีกเหมือนกัน
คำว่า สุข มีแยกย่อยต่างกันไปอีกตั้ง 5 ระดับแน่ะ
เป็นภาษาบาลีนะ ปราโมท ปิติ ปสัทธิ สุข และสมาธิ (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือเปล่า)
อธิบายความสุขแต่ละขั้นเป็นระดับความลึกซึ้งของ “สุข” ที่ต่างกันไป
ที่เราว่าสุขแล้วยังมีสุขต่อไปได้อีก ที่เราว่าสุขม๊ากมากที่จริงอาจเป็นสุขผิวๆ
ที่สุขสุดๆดันกลายเป็นคำอีกคำไปได้ซะนี่ คือ สมาธิ
จำไม่ได้ถึงคำอธิบายแต่ละคำแล้วว่ามีรายละเอียดเป็นอย่างไร คงต้องไปทำความเข้าใจความสุขกันเองแล้วล่ะ